กู้ภัยช่วยสุนัขนอนจมโคลนริมแม่น้ำหายใจรวยริน คาดติดบ่อมาแล้ว 2 วัน

เมื่อเวลา 12.30 น.ของวันนี้ที่ 16 พ.ย. 59 เจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทองรับแจ้งจากประชาชนว่ามีสุนัขติดโคลนนอนหายใจรวยรินน่าเวทนาอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดกำแพง หมู่ที่ 3 ต.หลักฟ้า  อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พอไปถึงพบสุนัขเพศผู้สีดำตัวใหญ่นอนแน่นิ่งหายใจอ่อนมากอยู่ในโคลนภายในป่าแขมริมแม่น้ำเจ้าพระยา  จากนั้นจึงรีบลงไปทำการช่วยเหลือขึ้นมาบนถนนก่อนจะเร่งทำความสะอาดเอาโคลนออกจากตัวแล้วรีบนำไปหาปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองเพื่อทำการรักษาให้รอดชีวิต

นายสิริลักษ์ มโหทร อายุ 50 ปี กล่าวว่า ระหว่างที่ตนทำงานอยู่มีคนวิ่งมาบอกว่าเจอสุนัขติดบ่อโคลนอยู่จึงออกมาดูจากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาทำการช่วยเหลือ  ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวติดบ่อโคลนมา 2 วันแล้ว

นายไพฑูรย์ ผลธุสะ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์อ่างทอง กล่าวว่า หลังรับแจ้งจึงออกไปตรวจสอบภาพครั้งแรกที่พบเป็นที่เวทนามากเนื่องจากพบเจ้าดำสุนัขเพศผู้อายุน่าจะประมาณ 3-4 ปี นอนจมโคลนอยู่ในป่าแขมติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาหายใจอ่อนมากจึงเร่งเข้าช่วยเหลือก่อนรีบนำไปหาสัตว์แพทย์โดยทางสัตวแพทย์ฉีดยาและให้น้ำเกลือแล้วให้พักดูอาการ 3 วัน สำหรับเจ้าดำที่ไปจมโคลนอยู่คาดว่าน่าจะลงไปหาอาหารกินหรือวิ่งลงไปกินน้ำแต่ที่ดังกล่าวเป็นโคลนเนื่องจากน้ำเจ้าพระยาที่ลดลงทำให้เกิดโคลนจึงไปติดโคลนและไม่สามารถนำตัวเองขึ้นมาได้ ส่วนเจ้าของยังหาไม่พบจึงไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ

ที่มา>>>ข่าวสด

ยายเมืองปทุมฯย้อนอดีตวัยโจ๋ สุดปีติ! ในหลวง2รัชกาลเสด็จทอดพระเนตรวันแข่งเรือ

ปทุมธานีแชร์ประสบการณ์คุณยายวัย 89 ปี ที่สมัยสาวๆเคยลงแข่งขันเรือพาย โดยมีองค์เหนือหัว 2 รัชกาลเสด็จทอดพระเนตรด้วย นำความปลื้มปีติมาจนบัดนี้

โดยคุณยายพิศมัย สาคร ชาวไทยเชื้อสายมอญ อายุ 89 ปี เผยว่า เกิดพ.ศ.2470 บรรพบุรุษเป็นชาวมอญ อพยพเข้ามาเมื่อพ.ศ.2367 พ่อแม่ประกอบอาชีพค้าขายเครื่องปั้นดินเผา ด้วยการพายเรือไปตามลำน้ำต่างๆ ปัจจุบันพักอาศัยอยู่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีสามีชื่อ ตาจรูญ พิศสมัย ส่วนลูกๆมีครอบครัวไปหมดแล้ว ทั้งนี้ตนประสบอุบัติเหตุหกล้มเมื่ออายุ 81 ปี พิการทางขา ต้องนั่งรถเข็น แต่สุขภาพยังแข็งแรง หุงหาอาการทำกับข้าวกินเองได้201610302204067-20050222192603201610302204065-20050222192603คุณยายพิศมัย เล่าให้ฟังว่า เกิดสมัยรัชกาล 7 ช่วงที่ตนอายุ 16 ปี กำนันผู้ใหญ่บ้านมาแจ้งชาวบ้านว่าจะจัดแข่งขันเรือพายที่ท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โดยจะมีพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาดูแข่งเรือ ด้วยความอยากเห็นองค์เหนือหัวจึงไปสมัครเป็นฝีพายให้กับเรือของวัดท้ายเกาะ เมื่อถึงวันแข่งเรือพายจึงมีโอกาสได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 และ 9 ขณะนั้นยังทรงพระเยาว์ ทรงยืนอยู่บนโป๊ะท่าน้ำ พระองค์ทรงใช้กล้องส่องดูอย่างสนใจ ตนเห็นก็ตื่นเต้น และคิดในใจว่าขอให้แข่งเรือชนะ

“วันนั้นคนมาดูแข่งเรือกันเยอะมาก แต่ก็มองเห็นพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงยกมือเชียร์เรือพายที่แข่งขันกันอย่างสนุกสนาน แข่งเสร็จก็ได้รางวัลแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็ถวายวัดไป เพราะเรือที่ใช้แข่งเป็นของวัด ภูมิใจที่ได้แข่งเรือต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าอยู่หัวถึงสองพระองค์”201610302204063-20050222192603คุณยายสาคร กล่าวต่อว่า ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็เศร้าโศกเสียใจ ตนเกิดปีเดียวกับพระองค์ท่าน มีความรักผูกพันรักและเทิดทูลในหลวงมาตลอด แต่ถือเป็นบุญแล้วที่ได้เห็นในหลวงพระองค์จริงเมื่อครั้งยังวัยรุ่น ในหลวงดีมาก รักบ้านรักเมือง ไปทุกที่ลำบาก พระองค์ไปถึงหมดลุยน้ำลุยท่า เวลาเห็นในหลวงทางทีวีก็ยกมือไหว้ แสดงออกถึงความรักและความภักดีที่มีต่อพระองค์ท่าน201610302204064-20050222192603“พระเจ้าอยู่หัวในความหมายของยายคือ พระเจ้าอยู่หัวที่สูงกว่าพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่เพียงแต่มีความยิ่งใหญ่ในความเป็นกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังยิ่งใหญ่ในการกระทำ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ราษฎร ทั้งหลักคิดและมุมชีวิตในหลายๆ ด้าน” คุณยายพิศมัยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ201610302204062-20050222192603

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะ!ศพชายนิรนามถูกฆ่ารัดคอลอยอืดกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ได้รับแจ้งพบศพลอยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มาติดที่สะพานธรรมามูล บริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร ต.ธรรมามูล จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแจ้งอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท201609171125554-20100819161612ที่เกิดเหตุพบศพนอนหงายลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จึงลงเรือนำศพขึ้นจากแม่น้ำที่บริเวณหน้าโรงเรียนวัดธรรมามูล หมู่ 1 ต.ธรรมามูล แล้วแจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรตรวจชันสูตรศพจากการตรวจสอบพบว่าเป็นศพชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 เซนติเมตร อายุประมาณ 30-35 ปี สภาพศพเน่าเปื่อย สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวลายดำ กางเกงยืดขาสั้นสีดำ มีเชือก 2 เส้นรัดคอ เป็นเชือกไนล่อนสีเขียวและอีกเส้นใหญ่กว่าเป็นเชือกมะนิลาสีขาว ที่ต้นแขนซ้ายและต้นแขนขวามีรอยสักเป็นตราสัญลักษณ์คล้ายไม้กางเขนและอักษรคล้ายภาษาพม่า จากการชันสูตรของแพทย์เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน โดย เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดชัยนาทแล้ว ไม่มีการแจ้งคนหายแต่อย่างใด คาดว่าศพลอยน้ำมาจากจังหวัดอื่น และอาจเป็นแรงงานต่างด้าวถูกฆ่ารัดคอโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หากสงสัยว่าเป็นญาติหรือคนรู้จักสามารถติดต่อได้ที่ สภ.เมืองชัยนาท โทรศัพท์ 0-5642-1354

ที่มา>>>ข่าวสด