สาวโวยหาหมอตา จ่ายยาหยอดหู โรงพยาบาลดังยอมรับผิดพลาด

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์โพสต์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Pa Pang โดยนำภาพกล่องยาหยอดหูมาโพสต์พร้อมระบุว่า “ไปหาหมอตา แต่ให้ยาหยอดหู มีสติในการจัดยาไหมค่ะ ถ้าคนไข้เป็นไรมาใครจะรับผิดชอบ” ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้เข้ามาให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ทางโรงพยาบาลดังกล่าวได้ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดยาจริง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา เมื่อได้รับยามาจำเป็นต้องตรวจสอบว่า ยาตรงกับที่แพทย์ได้แจ้งด้วยหรือไม่ 

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มแชร์ อุทาหรณ์จัดฟันเถื่อน เหงือกอักเสบแปรงฟันเลือดท่วมปาก (คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งนำภาพและเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตนเองภายหลังไปดัดฟันแฟชั่นมา โดยเล่าเหตุการณ์ว่า ได้ไปดัดฟันแฟชั่นและใส่อยู่หลายเดือนจนรู้สึกว่าเหงือกอักเสบจึงนำอุปกรณ์ออก จากนั้นก็พบว่าเมื่อแปรงฟันมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนกลบปาก เนื่องจากเหงือกอักสบ นอกจากนี้ ยังมีการอัดคลิปขณะแปรงฟันให้เห็นชัดๆ ว่า เลือดค่อยๆ ไหลออกมาระหว่างแปรงฟันจนเลือดกลบปากอีกด้วย 

หลังจากมีการเผยแพร่เรื่องดังกล่าว พบว่าในเฟซบุ๊กของเด็กหนุ่มรายนี้ มีกลุ่มผู้ขายเหล็กดัดฟัน อุปกรณ์ติดฟันเข้ามาโต้เถียงจำนวนมากว่า เกิดจากการไม่ดูแลรักษาฟันและใส่อย่างไม่ถูกของผู้จัดฟันเอง ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การจัดฟันนั้นถือเป็นสิ่งที่ต้องทำตามหลักการแพทย์ และทำโดยแพทย์อย่างถูกต้อง ซึ่งมีกฎหมายระบุไว้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข มีการจับผู้ค้าอุปกรณ์จัดฟันปลอมอยู่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทันตแพทย์ได้ระบุว่า การจัดฟันด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะทันตแพทย์จัดฟันต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ของช่องปากและฟัน ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างในช่องปาก กระดูกขากรรไกรและฟัน ต้องรู้ว่าการเคลื่อนฟันโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายจะทำได้อย่างไร ฯลฯ เนื่องจากสภาพความผิดปกติของการสบฟันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอันตรายมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะลวดและยางที่มาใช้เคลื่อนฟัน ลวดจะทำให้เกิดแรงที่ไม่เท่ากัน ต้องใช้ในขั้นตอนที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงยางด้วย ทุกอย่างทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการและทำให้เกิดอันตรายในการเคลื่อนฟันได้

คำเตือน คลิปอาจมีภาพไม่น่าดู

ที่มา>>>ข่าวสด

คุณแม่ขอเล่าประสบการณ์ เหตุเพราะข้าวเหนียว ลูกชายล้มป่วยลำไส้อุดตัน!!

โลกออนไลน์ ได้แชร์ข้อความสมาชิกเฟซบุ๊ก Plyfah Mckenzie Parke โดยได้เล่าประสบการณ์ของลูกชายว่า “เเวะมาฝากเตือนคุณเเม่ๆพ่อคะ!!! ในภาพน้องคาเมรอน ได้แอดมิทเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการ ปวดท้องเป็นระยะๆ ปวดทีน้องจะจับท้องตัวเองเเล้วขยุ้มท้องตัวเองเพราะปวดมาก มีอาการอาเจียน เเต่ไม่มีไข้ คุณหมอรีบพาไปตรวจเลือด อัลตร้าซาวช่องท้อง เอ็ซเรย์ช่องท้อง ตรวจเลือด ให้งดอาหารเตรียมพร้อมหากมีบางอย่างเเตกในท้องจะได้เข้าผ่าตัดได้เลย คุณเเม่ก็กลัวจะเป็นเรื่องไส้ติ่ง ผลคือ น้องมีการอุดตันของลำใส้ทั้งหมด กระเพาะอาหารติดเชื้อสาเหตุเพราะ น้องคาเมรอนชอบทานข้าวเหนียวมากๆ ยิ่งลูกทานข้าวเหนียวอร่อยคุณเเม่ก็ยิ่งหามาให้กิน ไม่คิดว่าลูกจะเป็นเเบบนี้ น้องทานแป้งเยอะไป ตั้งเเต่วันนั้นคุณแม่เลยต้องเปลี่ยนอาหารของน้องทั้งหมด มาเป็นต้มซุป ผัดผัก ต่างๆ เน้นผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำให้มากๆ ผลคือ น้องถ่ายดีขึ้น อุดจ้านิ่มขึ้นกว่าเดิม เลยมาฝากเเชร์เรื่องราว สำหรับลูกบ้านไหนที่ชอบทานข้าวเหนียวเหมือนน้องคาเมรอน ให้เบาๆลงบ้างก็ดีนะคะ เด็กเเต่ละคนมีการย่อยไม่เหมือนกันคุณหมอกล่าวไว้”โดยคุณปลายฟ้า ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า น้องคาเมรอน อายุ 2.6 ขวบ ชอบทานข้าวเหนียวมาก แม่จึงให้น้องทานเป็นประจำ จนมันเกิดการสะสมของแป้งในรูปของอุจจาระที่มากเกินไป น้องเลยถ่ายยาก พอเบ่งถ่ายหนักเข้า น้องก็จะกล้วการเบ่งอุจจาระ ทำให้อุจจาระออกมาไม่หมดคะค้างในลำไส้ จนมีเชื้อแแบคทีเรียในกระเพาะอาหารเเละลำไส้ อยากให้ระวังเรื่องการป้อนอาหาร ขนม พวกแป้งให้กับลูกโดยไม่จำเป็น เด็กบางคนอาจจะไม่มีอาการอย่างที่คุณเเม่พูด เเต่กับเด็กบางคนไม่โชคดีเเบบนั้นคะ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้มีการปรับอาหารให้เหมาะสมและครบหมู่ขึ้นด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

เอาที่สบายใจเลยพี่! แห่แชร์ภาพแท็กซี่โชว์ขวาน ณ สนามบินภูเก็ต

(เครดิตภาพจากเพจ Woratat Wuttikorn)

เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวหมด โชเฟอร์เก๋งป้ายเขียวหยิบขวานข่มขู่รถยนต์จอดส่งคนในครอบครัวที่สนามบินภูเก็ต หลังไม่พอใจเรื่องจอดรถขวาง มองหน้าหลายครั้งก่อนหยิบขวานจากในรถถือเดินออกมา ยังขับตามออกไปด้วยเหมือนจะเอาเรื่องให้ได้…

เมื่อช่วงสายวันที่ 4 มิ.ย. เฟซบุ๊ก Sarawut Tunboot ได้แชร์โพสต์-ภาพของ Woratat Wuttikorn และแท็กไปยังเพจ “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน ภูเก็ต” โดยมีข้อความระบุ “รถป้ายเขียวทะเบียนกระบี่มาส่งแขกสนามบินภูเก็ตถือขวานลงมาจากรถ มาข่มขู่แบบนี้มันเถื่อนไปนะ” พร้อมภาพนิ่ง 13 ภาพ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้ารถ

ทั้งนี้ เจ้าของเพจ Woratat Wuttikorn ได้เขียนเป็นบันทึก ระบุว่า

“วันที่ 4 มิถุนายน 2559 เวลา 06.45 น. ณ สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ตขาออก เพื่อส่งครอบครัว ขับรถขึ้นชั้นบน รถจอดส่งผู้โดยสารจัดแน่น เลนด้านซ้ายเต็ม เจ้าหน้าที่โบกให้ไปหาที่จอดด้านหน้า มีที่ว่าง 1 ที่ เลี้ยวเข้าจอด จอดเสร็จ มองกระจกเห็นรถตามหลังมา เพื่อต่อท้ายจะเข้าจอด แต่ครอบครัวได้ลงจากรถแล้ว เพื่อเอากระเป๋าออกจากรถด้านหลังรถ แต่เหตุการณ์ที่แท็กซี่ป้ายเขียว ทะเบียนหมวดกระบี่ที่ต่อท้ายอยู่ เกิดไม่พอใจที่ไม่เลื่อนรถไปข้างหน้าให้ เพราะมีรถด้านหน้าออกไปพอดี จึงเลี้ยวออก เพื่อมาจอดด้านหน้าคร่อมเลนขวางหน้าไว้ และส่งผู้โดยสารชาวต่างชาติ และมองเข้ามาที่คนขับด้วยอาการโกธรไม่พอใจ เมื่อคนขับยกกระเป๋าให้ชาวต่างชาติเสร็จก็ได้เปิดประตูซ้ายของรถยนต์ที่ขับยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีขาว เพื่อหยิบขวานออกมามีวัตถุประสงค์เหมือนจะทำร้ายร่างกายรถยนต์คันที่ไม่เลื่อนที่จอดให้ และจากนั้นถือโชว์ เพื่อนำติดตัวไป เลื่อนรถไปข้างหน้าและจอดรอ รถที่ส่งครอบครัวลงจากรถเสร็จก็เลื่อนรถออก เพื่อเดินทางกลับ จากนั้นรถป้ายเขียวดังกล่าวขับตามหลังมา ขับไปเรื่อยๆ ออกจากสนามบิน รถยนต์ที่ส่งครอบครัวเห็นตามหลังมาก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อให้แซงไปก่อน จากนั้นรถยนต์ป้ายเขียวคันดังกล่าวก็แซงไปขับด้านหน้า โดยรถยนต์ที่ส่งครอบครัวก็ขับตามหลังไปช้าๆ เกือบ 1 กิโลเมตร รถยนต์ป้ายเขียวจึงชิดซ้าย และให้รถยนต์ที่ส่งครอบครัวขับผ่านไป…จบ หมายเหตุ-เฉียดตายโดนขวาน‬ ‪‎ขวานคือ อาวุธไหม‬ ‪ความปลอดภัยที่สนามบินภูเก็ต‬ ‪ใจร้อน‬ ‪รถยนต์ป้ายเขียวสาธารณะ‬ ใครรับผิดชอบ‬ วันเดือนปีที่แสดงในภาพไม่ได้ปรับ แต่เหตุตามบันทึก 04/06/2559″จากนั้นได้มีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย เช่น สังคมอยู่ยากหรือเถื่อน บางคนให้เจ้าของภาพที่ถูกข่มขู่ไปแจ้งความเอาผิด บางคนไม่พอใจการกระทำแบบนี้ เนื่องจากมีอาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวรับส่งผู้โดยสารเหมือนกัน ทำให้เสียภาพลักษณ์ไปด้วย เป็นต้น.

ที่มา>>>Thairath

ดราม่าบังเกิด! ทางจักรยานถูกใช้ขายของ เทศกิจจตุจักร จ่อปรับสูงสุด 2 พัน

ผู้ค้าแห่ตั้งร้านค้าบนทางจักรยาน ย่านถนนกำแพงเพชร 3 เทศกิจจตุจักร เผย เตรียมส่ง จนท.ลงพื้นที่ ห้ามผู้ค้าใช้เลนจักรยานขายของ หากพบฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 2 พันบาท ด้านตำรวจบางซื่อ จ่อแก้ไขกฎหมายห้ามจอดทับเลนตลอดเส้นทาง…

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 59 มีรายงานว่าผู้ใช้งานสังคมออนไลน์กำลังพากันแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ปรากฎภาพร้านค้าตั้งขายของภายในเลนจักรยาน โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ถ้าทำแล้วผิดวัตถุประสงค์จะทำหาอะไรครับ งบประมาณมากมายทำเสร็จให้ขายของกันหน้าตาเฉย เทศกิจไม่เห็นเหรอครับหรืออะไรบังตาครับ”

จากการตรวจสอบพบว่าภาพที่ปรากฎคือเลนจักรยานบนถนนกำแพงเพชร 3 ติดรั้วตลาดนัดจตุจักร ซึ่งผู้โพสต์ได้ทำการอัพโหลดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (30 เม.ย.) ทำให้เกิดเสียงวิพากษณ์วิจารณ์จำนวนมาก และถูกแชร์ต่อกันออกไปกว่า 2 พันครั้งเอากันแบบนี้เลย ตั้งขายของบนเลนจักรยาน

สายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง นายสุริยา ศรีวโรบล หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร ได้รับการเปิดเผยว่า ทางจักรยานดังกล่าวเพิ่งสร้างเมื่อประมาณกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเชื่อมจากถนนกำแพงเพชร 3 ไปจนถึงสวนรถไฟ และขณะนี้โครงการยังดำเนินไม่แล้วเสร็จ แต่ภาพที่ถูกโพสต์ร้องเรียนทางเทศกิจจตุจักรไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้นในวันเสาร์ (7 พ.ค.) นี้ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 20.00 น. เพื่อชี้แจงและห้ามผู้ค้าตั้งร้านค้าหรือสิ่งกีดขวางบนทางจักรยาน พร้อมทั้งเตรียมติตป้ายประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน หากพบว่าผู้ค้าฝ่าฝืนจะบังคับใช้ พรบ.รักษาความสะอาด จับปรับผู้ค้าในข้อหาฝ่าฝืนขาย-จำหน่ายสินค้าบนผิวจราจร มีโทษปรับ 200 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเจ้าหน้าที่

นายสุริยา กล่าวต่อว่าทางจักรยานดังกล่าว เดิมที สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จะจัดทำขึ้นบนทางเท้า แต่กลุ่มผู้ค้าที่ได้รับการผ่อนผันบริเวณดังกล่าวจำนวน 106 ราย ได้ยื่นหนังสือถึงผู้บริหาร กทม. เพราะได้รับกระทบโดยตรง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ผ่อนผัน ต่อมา สจส.จึงจัดทำช่องทางจักรยานบนถนนโดยมีเครื่องกั้นห้ามรถยนต์เข้าจอด แต่ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จดี จึงมีบางจุดที่รถยนต์จอดทับช่องทางอยู่ หากโครงการเสร็จสมบูรณ์ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องรถยนต์จอดกีดขวางในช่องทางจักรยานผู้ค้าจะมาทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันที่ตลาดนัดจตุจักรเปิดทำการ

นอกจากนี้ นายสุริยา กล่าวปิดท้ายว่า สจส.มีโครงการทำเลนจักรยานในพื้นที่จตุจักรเพิ่มเติม โดยจะเริ่มจากบนถนนพหลโยธิน ช่วงตลาดนัดจตุจักร ผ่านสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ยาวไปถึงห้าแยกลาดพร้าว จากนั้นวนขึ้นสะพานเข้าสู่ถนนลาดพร้าว แต่ทางจักรยานบนถนนลาดพร้าวจะถูกจัดทำขึ้นบนทางเท้า ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายเทศกิจจตุจักร ได้แจ้งผู้ค้า 36 รายที่อยู่ในเส้นทางแล้ว หากโครงการเริ่มดำเนินการ ทางร้านค้าต่างๆ จะต้องยุติการขายในทันที

ขณะที่ พ.ต.ท.มารุต สุดหนองบัว สว.จร. สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า ถนนกำแพงเพชร 3 ปัจจุบันยังบังคับใช้ข้อห้ามจอดรถ ตามวันคู่-วันคี่ แต่หากมีรถยนต์จอดกีดขวางทางจักรยาน ยังไม่สามารถดำเนินการจับปรับได้ เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องห้ามจอดทับทางจักรยานบนถนนสายดังกล่าว ซึ่งหลังจากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสาย จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายโดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน.ถนนกำแพงเพชร 3 ปัจจุบันยังคงบังคับใช้กฎหมายห้ามจอดตามวันคู่-วันคี่

ที่มา>>>Thairath

ฝนตกถนนลื่น! คลิปกระบะเสียหลัก พุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำ

สังคมออนไลน์ มีการแชร์คลิปเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนน หลังกระบะคันหนึ่งเสียหลักพุ่งชนกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดยที่ตัวกระบะเองถึงกับพลิกตะแคงเลยทีเดียว คลิปนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Tung Guy เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย. บนถนนพหลโยธิน ขาออก ช่วงนวนคร มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร

ซึ่งคุณตังกวย ผู้บันทึกภาพเปิดเผยกับทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาเลนซ้ายช่องทางด่วน โดยมองกระจกหลัง ซ้าย ขวา สลับไปมาตลอดเวลา และพบว่ารถกระบะอีซุซุ ดีแม็ก สีขาว คันดังกล่าวขับมาในเลนขวาด้วยความเร็วประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า จังหวะดังกล่าวไม่แน่ใจว่าคนขับรถกระบะสีขาว คิดอะไรอยู่ ระหว่างตัดสินใจแซงจากเลนขวาเข้าเลนกลาง หรือเกิดเปลี่ยนใจจะเข้าช่องคู่ขนานแต่เกิดเสียหลัก แต่จากภาพที่ปรากฎแสดงให้เห็นว่าใช้ความเร็วมาสูงพอสมควรขณะที่มีฝนตก

คลิปนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ว่าหากฝนตกถนนลื่น ควรขับขี่ด้วยระมัดระวัง และใช้ความเร็วที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบสภาพยางรถด้วยว่าดอกยางหมดหรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้

ที่มา>>>Thairath

ทารุณมั้ย? ชาวเน็ตสวดยับหนุ่มจับแมวใส่กรงแช่ทะเล

เกิดเรื่องสะเทือนใจคนรักแมวอีกแล้ว เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้แชร์ภาพขณะพาแมวเปอร์เซีย 2 ตัว ไปเที่ยวทะเล แล้วจับขังใส่กรงแช่น้ำทะเล พร้อมแคปชั่นว่า “ดีใจจัง ทาสพามาเที่ยทะเล”แต่ต้องโดนชาวโซเชียลรุมวิจารณ์อย่างหนัก เพราะถึงจะพาสัตว์เลี้ยงมาเที่ยวแต่การกระทำดูแล้วเข้าข่ายทารุณสัตว์

หลังจากโดนชาวเน็ตสวดยับ ชายคนดังกล่าวก็ได้ลบภาพออกจากเฟซบุ๊กตนเอง แต่ก็โดนแคปภาพประณามการกระทำครั้งนี้

โพสต์ที่เจ้าของแมวแชร์ลงในกลุ่มชมรมแมว นครศรีธรรมราช จนโดนวิจารณ์อย่างหนัก

ภาพน้องแมว 2 ตัว ถูกใส่กรงอยู่ในทะเล

ด้าน น.สพ.พงษ์เทพ เอกอุดมชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ว่าไม่ทราบเจตนาของเจ้าของแมวทำไปเพื่ออะไร แต่จากการวิเคราะห์มองว่าเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งการนำแมวไปแช่น้ำทะเลแม้ว่าจะไม่ได้ลึกแต่ว่าผิวของแมวมีความบอบบาง อาจทำให้ขนร่วงได้ นอกจากนี้หากน้ำเข้าปาก-ตาก็จะทำให้แมวไม่สบาย ทั้งนี้ไม่ทราบว่าเจ้าของแมวได้นำไปอาบน้ำจืดหรือไม่ หากไม่ได้อาบ …น้ำทะเลอาจทำให้ผิวหนังแมวเกิดอาการแสบ

ทั้งนี้ ธรรมชาติของแมวไม่ใช่สัตว์ที่ต้องอาบน้ำหรือโดนน้ำมากนัก แต่ก็ต้องมีการชำระร่างกายบ้างอย่างน้อยอาทิตละครั้ง โดยเฉพาะแมวสายพันธ์ุที่มีขนยาว เพราะแมวไม่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ถึงผิวหนัง แต่หากเป็นแมวที่ขนสั้นเขาจะสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ตามธรรมชาติ สุดท้าย น.สพ.พงษ์เทพ ยังฝากถึงผู้ที่เลี้ยงสัตว์ว่าควรใส่ใจดูแล ไม่ควรปล่อยปละละเลย การนำไปฉีดวัคซีนตามนัดเป็นสิ่งสำคัญ อาหารการกินที่ดีก็ส่งผลดีต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง และไม่ควรปล่อยให้หมา-แมวไปสร้างความรำคาญใจแก่ผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวได้แชร์ภาพของแมวทั้ง 2 ตัวอีกครั้ง ขณะกำลังนอนอยู่ในกรงใบเดิม พร้อมบอกว่า “ยังปกติดีมีความสุข ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งทารุณใดๆ พอดีว่าถ่ายรูปไว้เปิดๆ ดูเลยคิดสตอรี่สนุกๆ เผลอโพสต์ไป ลืมคิดไปว่าคนไม่รู้จักเค้าไม่รู้หลอกว่าจริงๆ เรารักแมวเลี้ยงแมวยังไง ขอโทษทุกคนด้วยครับ ขอโทษแอดมินชมรมแมวเปอร์เซียและทาสแมวด้วยครับ และก็ขอโทษทุกคนที่ออกตัวแทนด้วยนะครับ ผมทำความลำบากให้แท้ๆ ขอโทษด้วยครับ”

ที่มา>>>Thairath