แช็ตไลน์สาวเปลือยเรียกลูกค้า!! บุกจับสปาค้ากามโจ๋งครึ่ม หลักฐานคาห้อง-ถุงยางเกลื่อน

วันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอดิเรก ใหม่มงคล ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับรายงานว่า ที่ร้านนวดสปาแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่กลางซอย 9 เฉลิมพระเกียรติ ถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการเปิดนวดสปาบังหน้า แต่เบื้องหลังแอบลักลอบนำหญิงสาวไทยหน้าตาดี ค้าประเวณี โดยมีการติดป้ายประกาศหลายจุดในพื้นที่เมืองพัทยาและโฆษณาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์อีกด้วย201610121118149-20041019161308จึงสั่งการให้ เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ กนกวิลาศ สวป. สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนแน่ใจว่ามีการลักลอบค้าประเวณีจริง ตามที่ได้รับรายงาน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนส่งสายลับนำธนบัตรจำนวน 3,000 บาท และติดต่อขอล่อซื้อค้าประเวณีร้านนวดสปาแห่งดังกล่าว201610121118148-20041019161308หลังจากสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ซุ่มตัวอยู่รอบนอก จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวนายพฤทธิพงศ์ ลิ้มสงวน อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน และ น.ส.ดุจดาว อรัญศีรี อายุ 24 ปี ผู้จัดการร้าน ตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อถูกซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ต่อมาได้บุกเข้าไปตรวจสอบห้องพักหมายเลข 1 พบหญิงสาวเปลือยกายกำลังนวดผ่อนคลาย เพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ บริเวณหัวเตียงนอน พบถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นสูตรน้ำ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน201610121118142-20041019161308จากการตรวจค้นร้านอย่างละเอียด พบบิลการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มสุรา เอกสารการจ่ายเงินพนักงานร้าน และถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ครีมอาบน้ำ ออยนวดตัว จำนวนมากวางอยู่ข้างล็อกเกอร์พนักงานสาวขายบริการ และพบถุงยางอนามัยที่ผ่านการใช้มาแล้วทิ้งอยู่ในถังขยะตามห้องนอน นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมตัวพนักงานสาวขายบริการจำนวน 4 คน กำลังนั่งรอลูกค้า ทั้งนี้ จากการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย 3 คน

เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นไลน์ของร้านนวดสปา ได้ตั้งชื่อกลุ่มว่า 168@Pattaya โดยมีบทสนทนาซื้อขายบริการทางเพศระหว่างลูกค้ากับทางร้านอย่างโจ๋งครึ่ม และยังโพสต์ภาพหญิงสาวพนักงานร้านเปลือยกาย พร้อมระบุข้อความโฆษณาชักชวนเพื่อการค้าประเวณี ซึ่งร้านนวดสปาแห่งนี้เปิดได้มากว่า 1 เดือนเศษแล้ว สุดท้ายไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่วางแผนเข้าจับกุม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 6 ข้อกล่าวหาหนักแก่เจ้าของร้านและผู้จัดการร้าน ในฐานความผิด 1.ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี 2.ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี 3.ร่วมกันโฆษณาชักชวนเพื่อการค้าประเวณี 4.จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.เปิดสถานที่สะสมอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย201610121118145-20041019161308201610121118146-20041019161308

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ๊สา”นางฟ้าคาราโอเกะโพสต์ยอมรับร้านเคยถูกจับจริง แต่ไม่ได้ค่าประเวณี

จากกรณีที่พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต หรือสารวัตรกาโต้ สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 พร้อมพวก 6 คน บุกจับร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ในซอย 9 ไร่ ย่านพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วถูก น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี แจ้งความดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก ต่อมามีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ร้านนางฟ้าคาราโอเกะแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ และเมื่อปี 2557 ยังเคยถูกตำรวจเมืองพัทยาจับกุมในข้อหาเดียวกัน ตามที่รายงานไปแล้วนั้น  ล่าสุดเวลา 05.30 น. วันที่ 23 ก.ค. น.ส.ปะระนิสา หรือเดียร์ ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี หรือคนที่รู้จักเรียกกันว่า “เจ๊สา” ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค โดยเช็คอินที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อหาใจความสำคัญระบุว่า ตัวเองขอแถลงข่าวกรณีที่สื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวว่าร้านถูกตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีและค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมานั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ยอมรับว่าเคยถูกตำรวจจับกุมจริง โดยในช่วงเวลานั้นที่ร้านมีน.ส.สมหมาย จงธนสกุล อายุ 49 ปี เป็นผู้ดูแล ส่วนที่มาที่ไปคือก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมได้มี น.ส.แพร (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) เดินทางมาสมัครเป็นพนักงานต้อนรับ หรือพีอาร์ ทำหน้าที่คอยต้อนรับและนั่งดื่มกับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนระบุว่าอายุ 19 ปีมาทำการสมัคร หลังจากทำงานได้ระยะหนึ่งได้มีชายหนุ่มมาติดพัน น.ส.แพร หลังจากร้านปิดก็มักจะพากันออกไปเที่ยวต่อโดยทางร้านไม่ทราบว่าไปที่ไหน หรือไปทำอะไรกัน กระทั่งวันที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 เข้าจับกุม น.ส.แพร ได้ติดต่อไปหาชายคนดังกล่าวโดยอ้างว่าเอาโทรศัพท์ไปจำนำไว้ในราคา 500 บาท ขอให้เดินทางมาพบที่ร้านและช่วยไถ่โทรศัพท์คืนให้ด้วย โดยเสนอตัวพลีร่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ต่อมาน.ส.แพรขอออกไปกินข้าวกับลูกค้าชาย แต่ตามกฎของร้านหากพนักงานออกจากร้านก่อนเวลาก็จะถือว่าขาดงาน และหักเงินวันละ 400 บาท น.ส.แพร จึงไปขอเงินกับหนุ่มคู่ขาเพื่อมาจ่ายให้กับนางสมหมาย คนดูแลร้าน เพื่อจะได้ไม่ต้องหักเงินเดือน

หลังจากทั้งคู่ออกไปไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จึงบุกเข้าจับกุมตัวนางสมหมาย ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี และข้อหาค้ามนุษย์ ก่อนส่งตัวให้ ร.ต.อ.จักรกฤษ จันตาคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนยอมรับว่าได้เดินทางไปที่สภ.เมืองพัทยาจริง แต่ไปเพื่อประกันตัวนางสมหมาย ไม่ได้ไปขอเคลียร์คดี เนื่องจากร้านนี้เป็นของน้าแท้ๆของตน ส่วนน.ส.แพรเองก็ไม่ได้ให้การซัดทอดมาถึงร้าน และเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล

ตามข่าวที่บอกว่าสายตรวจมาตรวจและว่ากล่าวตักเตือนนางสมหมาย เรื่องมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอยู่ในร้าน รวมถึงเรื่องที่ร้านเคยถูกตำรวจจับเมื่อปี 2557 ตนยืนยันว่าไม่ใช่เป็นความจริงแต่อย่างใด ร้านแห่งนี้เคยถูกจับเพียงครั้งเดียว หากดูสำนวนและคำให้การของน.ส.แพรแล้ว ถือว่าไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ แต่ติดที่ตรงว่าน.ส.แพรอายุไม่ถึง 18 ปี และมีเงินค่าขาดงาน 400 บาทมาเกี่ยวด้วย เลยทำให้มีช่องทางในการตั้งข้อกล่าวหา

ส่วนกรณี น.ส.แพร ที่มาสมัครงานตอนแรกนั้น ถือว่าเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนาของนางสมหมาย ที่ไม่ได้ตรวจดูสำเนาบัตรประชาชนของ น.ส.แพร จนมาทราบภายหลังว่าบุคคลในบัตรไม่ใช่ตัวน.ส.แพร แต่หน้าตาคล้ายกันมากๆ สุดท้ายตนอยากขอความเห็นใจจากพี่ๆ น้องๆ นักข่าวด้วย เพราะพอข่าวนี้ถูกนำเสนอออกไปทำให้กระทบถึงภาพลักษณ์ของร้านเป็นอย่างมาก”น.ส.ปะระนิสากล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เช็คสเตตัสในเฟซบุ๊คของ น.ส.ปะระนิสา พบว่าเจ้าตัวได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 ก.ค.) พร้อมกับมีข้อความระบุว่าเหนื่อยกับข่าว เลยบินไปท่องเที่ยวพักผ่อนสมองและทำบุญที่เชียงใหม่ประมาณ 1 สัปดาห์

ด้าน พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เผยว่า ขณะนี้ทาง พ.ต.ท.นราวุธ กับพวก ยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัด หลังจากนี้จะได้ทำบันทึกข้อความด่วนที่สุด ส่งไปถึง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อส่งผ่านไปยัง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ให้ส่งตัวตำรวจในปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนภายในวันพุธที่ 27 ก.ค.นี้ และหากยังไม่มาอีกก็จะทำการออกหมายจับต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด