หนุ่มย้อนรอยพากันมาขโมยซ้ำหลายรอบ ร้านจับได้ เจอควักมีด ระเบิดขู่ (คลิป)

เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์โดย เพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้เผยแพร่คลิปจากร้านขายของแห่งหนึ่ง ย่านสุขสวัสดิ์ โดยพบว่า มีการชักอาวุธออกมาประจันหน้ากัน

โดยระบุว่า “มีโจรจะเข้ามาขโมยสินค้าที่ร้าน วันเสาร์ที่ 26 สิงหา ที่ผ่านมาเวลาประมาน 9.00 น. ที่ร้านยาแยกไฟแดง เส้นสุขสวัสดิ์ เป็นคนร้าย 2 คน ชายหญิง อายุประมาน 20 เคยมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 2 เดือนก่อน แล้วกลับมาใหม่อีกครั้งที่ผ่าน แต่ทางร้านและคนละแวกนี้จำมันได้ จำรถได้ พอมันเข้ามาก็ทำเหมือนเดิม แต่เราก็ทำเป็ไม่รู้ แต่มองตลอด พอมันรู้ตัว ก็พยายามทำทีไม่ซื้อแล้ว จะออกจากร้าน เราก้อพูดรั้งเวลาไว้ เพราะแจ้งตำรวจ รอตำรวจมา แต่ไม่ทันไม่คิดว่ามันจะมีอาวุธทั้งมีดดาบ ทั้งระเบิดมือ ครบ ทำให้เราทำอะไรไม่ได้ เอาแต่ชีวิตเราและลูกค้าไว้ก่อน อย่างอื่นช่างมัน แต่มันเปนภัยกับสังคมมาก”

Publicerat av แหม่มโพธิ์ดำ den 28 augusti 2017

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ชี้หนุ่มวัย 15 จยย.ล้มเอง ไม่มีหลักฐานอาสาถีบ ฮึ่มโพสต์เฟซบุ๊กทำเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางภัคนันท์ พลพิทักษ์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของน้องอ๊อฟ (นามสมมุติ) วัย 15 ปี พร้อมด้วยนางลัดดา อึ้งพาณิชย์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นยายและญาติ เดินทางพร้อมด้วยนายประกาศิต เพ่งไพฑูรย์ ปลัดเทศบาลตำบลหลุมดินและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกล้องวงจรปิดและกองสาธารณะสุขของเทศบาลฯ เข้าพบ พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี โดยแม่บุญธรรมและยาย ของน้องอ๊อฟ ได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องอ๊อฟ หลังมีพยานเห็นว่า ก่อนที่น้องอ๊อฟ จะเสียหลักไถลตกข้างทางและกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ช่วงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ที่มีชายแต่งกายคล้ายตำรวจสวมหมวกกันน็อกคล้ายของเจ้าหน้าที่สายตรวจจราจร เป็นคนขับและคนซ้อนขับไล่กวดและใช้เท้าถีบจนรถเสียหลักล้มเสียหลักล้มผ่านกลางระหว่างเสาไฟและเสาไฟสว่างส่องทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะวกกลับรถไปทางเมืองราชบุรี

ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่คู่กันมาด้วยความเร็วสูง จึงขอให้ตรวจสอบบุคคลดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นของเทศบาลตำบลหลุมดินสามารถบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ทั้งหมด เมื่อช่วงเวลา 00.35 น.ของวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ระบุว่า ชายแต่งชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นตำรวจอาสา แต่ในวงจรปิดไม่ปรากฏภาพขณะใช้เท้าถีบ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นไปตามที่พยานให้ข้อมูลหรือไม่ ประกอบกับได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจว่า ขณะเกิดเหตุตำรวจอาสาอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ติดตามรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่วัยรุ่น 15 ปีเป็นคนขี่ เพราะเห็นว่าขี่ด้วยความเร็วจึงขี่ตามเพื่อขอตรวจ แต่รถคันดังกล่าวขับหนีด้วยความเร็วและได้หันมามองเจ้าหน้าที่ทำให้รถเสียหลักล้มเอง จึงได้สั่งให้ชุดสืบสวนหาวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพิ่มเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่หากพบว่าตำรวจอาสาไม่ผิด ก็ต้องแจ้งความกลับ ส่วนสาเหตุที่ตำรวจอาสาไม่ได้จอดรถช่วยหลังรถของวัยรุ่นอายุ 15 ปี ล้ม เพราะไม่มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาล แต่ได้โทรเรียกกู้ภัยแล้ว

ด้านนายประกาศิต เพ่งไพฑูรย์ ปลัดเทศบาลตำบลหลุมดิน กล่าวว่าตนในฐานะเทศบาลตำบลหลุมดินได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั้งหมด 16 ตัว ตลอดเส้นทางของเทศบาลตำบลหลุมดินตั้งแต่ถนนสายหลัก ที่หน้า รพ.สต.ตำบลหลุมดิน และที่บริเวณวัดหลุมดิน จนมาถึงจุดเกิดเหตุที่ปากทางเข้าเทศบาลตำบลหลุมดิน และพยายามที่จะรวบรวมคนที่มีกล้องวงจรปิดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาให้กับทางสถานีตำรวจต่อไป ในส่วนคนเจ็บซึ่งเมื่อวันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันได้ออกมาช่วยเหลือพร้อมทั้งนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อย

อย่างไรก็ดีในระหว่างที่มีการพูดคุยของทางแม่บุญธรรม และยายต่อหน้า ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอโทษแทนนายออม (นามสมมุติอายุ 16 ปี) ลูกชายของตนเองว่า ตนต้องขอโทษแทนลูกชายด้วย ได้นำคลิปและข้อความที่ไม่ดีลงเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ขณะที่ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน พนักงานสอบสวน และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตอนนี้ตนยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้แต่ต้องตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อนเอาผิด ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขอให้มั่นใจการทำงานของตน หากพบว่าการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายและหากตรวจพิสูจน์แล้วไม่ใช่เป็นการฝ่าฝืนการตรวจขันจับกุมของเจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินคดีผู้นำเข้าภาพและคลิปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ที่มา:ข่าวสด

ก.คลังเปิดจองเหรียญที่ระลึก!! พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้แถลงการเปิดให้จองเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พสกนิกรชาวไทยและนานาประเทศได้มีไว้เคารพสักการะ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 5 หมื่นบาท จำนวนผลิต 99,999 เหรีญ , เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2 พันบาท จำนวนผลิต 399,999 เหรียญ , เหรียญที่ระลึกทองแดงรมพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3 พันบาท จำนวนผลิต 39,999 เหรียญ และเหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท จำนวนผลิต 39,999,999 เหรียญ

โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภพณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” และด้านหลังกลางเหรียญมีรูปพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆ

เบื้องบนรูปพระเมรุมาศมีอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังพระเมรุมาศมีรูปแสงอาทิตย์แผ่รัศมีผ่านปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” และข้อความ “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560” ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาสถาบันการเงินของรัฐและธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดหน่วยรับจองเหรียญที่ระลึกดังกล่าว โดยกำหนดเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2560 ซึ่งมีสถานที่เปิดรังจองเหรียญที่ระลึกทุกประเภท ได้แก่ สำนักงานคลังกรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานบริหารเงินตราจังหงัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์เหรียญถนนจักรพงษ์ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์ 2 จังหวัดสงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับธนาคารต่างๆ จำนวน 19 แห่ง ทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภท ยกเว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย โดยใช้หลักฐานที่แสดงความเป็นบุคคลสัญญาติไทยที่ทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน โดยผู้สั่งจอง 1 คน สามารถสั่งจองได้ไม่เกิน 3 สิทธิ (รวมของตนเอง) โดยเหรียญทอง ได้สิทธิละ 1 เหรียญ เหรียญเงินได้สิทธิละ 2 เหรียญ เหรียญคิวโปรนิกเกิล ได้สิทธิละ 3 เหรียญ และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทราย ได้สิทธิละ 1 เหรียญ

“แต่ละสิทธิจะสามารถสั่งจองได้เพียงครั้งเดียว ถึงแม้จะใช้สิทธิในครั้งแรกยังไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ยกเว้นผู้สั่งจองเหรียญที่ระลึก ณ ธนาคารสามารถมาใช้สิทธิสั่งจองเหรียญที่ระลึกชนิดทองแดงรมดำพ่นทรายที่หน่วยรับจองของกรมธนารักษ์ได้ โดยจะเปิดรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่จอง ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2561 เป็นต้นไป” นายพชร กล่าว

นายพชร กล่าวอีกว่า รายได้จากการจำหน่ายเหรียญที่ระลึกดังกล่าวนั้น หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

อย่างไรก็ดี ประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคลัง กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร.02-278-5446 , พิพิธภัณฑ์เหรียญ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ โทร. 02-282-0818 , หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร.02-565-7900 และส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร 02-278-5641

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

จับช่างแอร์โรคจิตฉกกกน.สาวตามหอพัก เผยรสนิยมชอบใส่ของผู้หญิง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ส.ค. พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยพ.ต.อ.จาตุรนต์ ตระกูลปาน ผกก.สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พ.ต.ท.วุฒิศักดิ์ รองเมือง รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเป็ด และตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านเป็ด ร่วมกันจับกุมนายปิยณัฐ แสนองอาจ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 631/4 ถ.รื่นรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหากระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น

สืบเนื่องจากผู้ใช้เฟสบุ๊กในจ.ขอนแก่น ต่างพากันแชร์ภาพจากกล้องวงจรปิดคนร้ายก่อเหตุขโมยชุดชั้นในผู้หญิง พบคนร้ายเป็นชาย อายุ 25-30 ปี เหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายก่อเหตุขโมยชุดชั้นในผู้หญิงบริเวณหอพักที่ห้องหมายเลข 2 ซอยบ้านหนองขาม 3/1 ถ.เหล่านาดี อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ประตูหอพักก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่ จึงขโมยชุดชั้นในผู้หญิงที่ซักตากอยู่หยิบใส่ในเป้ากางเกงของตัวเองจำนวนหลายตัว ก่อนจะเดินออกมาแล้วขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป หลังจากนั้นผู้เสียหาย น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี จึงแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด

พ.ต.ท.วุฒิศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งความ ตำรวจชุดสืบสวนได้สืบค้นข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ทราบว่านายปิยณัฐเป็นคนร้ายที่เข้าไปขโมยกางเกงในของผู้เสียหาย พร้อมกับหลบหนีไปอยู่บ้านแฟนที่อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ จากนั้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจึงติดตามไปลานรับซื้อบ้านไทรทอง ม.10 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ พร้อมนำหมายจับเข้าจับกุมนายปิยณัฐขณะนำยางพาราที่มัดใส่กระสอบปุ๋ยเพื่อมาชั่งที่ลานรับซื้อ

สอบสวนนายปิยณัฐ ยอมรับสารภาพ ว่า ตนมีครอบครัวอยู่ที่อ.แก้งคร้อ โดยมาทำงานเป็นช่างแอร์ที่ร้านแอร์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ชอบใส่กางเกงในผู้หญิง ซึ่งตนเห็นข่าวในสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ได้เสนอข่าวมีคนเข้าไปขโมยกางเกงในบ่อย จึงทำตามเพื่อเอากางเกงในของผู้หญิงมาใส่ โดยทำมาแล้ว 2–3 ครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ก็ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพของตัวเองได้ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

หลังจากนั้น ตำรวจได้ควบคุมนายปิยณัฐไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก แล้วนำตัวมาควบคุมที่สภ.บ้านเป็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ชนสนั่นสามโคก! กระบะเสยท้ายรถคันหน้ารอไฟแดง กระเด็นอัดเสาไฟฟ้า เด็กเจ็บหนัก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 ส.ค. พ.ต.ท.ไชยันต์ ดาวเรือง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนท้ายรถปิกอัพที่ชะลอติดไฟแดงจนกระเด็นเสยเสาไฟฟ้า มีเด็กชายติดภายในรถได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณสามแยกไฟแดงวัดสิงห์ ถนนปทุมธานี-สามโคก หมู่ 2 ต.สามโคก อ.สามโคก รุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลฉุกเฉิน ร.พ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฒช 4097 กรุงเทพมหานคร เสริมโครงเหล็กกั้นข้าง สภาพหน้ารถเสียหาย ด้านท้ายรถถูกชนยับ มีเด็กชายอายุ 11 ปี ติดอยู่ภายในรถข้างคนขับ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวออกมาจากรถ พบว่าขาขวาหัก ปากแตก มีเลือดไหลมาก จึงนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ส่วนคนขับชื่อ นายสมชาย บุญนะ บาดเจ็บจากแรงกระแทกบริเวณหน้าอกเล็กน้อย

ห่างกันไม่ไกลบริเวณกลางถนน พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทะเบียน 5 กษ9863 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถเสียหาย คนขับชื่อนายพิชิต สายแวว อาชีพก่อสร้าง ชาวกำแพงเพชร ปากแตกจากแรงกระแทก ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ซึ่งระบุว่า ขับรถมาจนถึงแยกไฟแดง รถคันหน้าเบรกกะทันหัน จึงเบรกไม่ทัน ก่อนชนท้ายเข้าอย่างจัง จนรถกระบะคันหน้ากระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าริมถนน มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ